Café Crema เป็นกาแฟแก้วยาวที่สกัดผ่านผง
Café Crema ใช้น้ำไหลผ่านผงกาแฟภายใต้แรงดันให้ได้เครื่องดื่มปริมาณมากกว่าเอสเปรสโซ จึงยังมีชั้นครีมาบนหน้า แต่ไม่ใช่กาแฟที่ใส่ครีมหรือนมตามชื่อที่อาจชวนให้เข้าใจผิด
ต่างจาก Americano ซึ่งเริ่มจากเอสเปรสโซแล้วเติมน้ำภายหลัง วิธีเตรียมต่างกันจึงให้สมดุลและเนื้อสัมผัสที่ต่างกันได้ แม้เสิร์ฟในแก้วขนาดใกล้กัน
เริ่มด้วยการปรับบด ไม่ใช่ยืดช็อตเดิมอย่างเดียว
หากใช้บดสำหรับเอสเปรสโซเดิมแล้วปล่อยให้น้ำผ่านนานมาก อาจได้ปลายรสขมหรือฝาด ลองบดหยาบขึ้นเพื่อให้น้ำปริมาณมากไหลผ่านได้ในเวลาที่เหมาะสม
ตัวอย่างเริ่มต้นอาจใช้กาแฟประมาณ 17–18 กรัม แล้วทดลองผลลัพธ์ในแก้วราว 120–150 กรัม โดยใช้ตะกร้าที่รองรับโดสนั้นและทำตามข้อกำหนดเครื่อง ตัวเลขเป็นจุดทดลอง ไม่ใช่สูตรเดียวของทุกอุปกรณ์
ชิมและจูนให้รสไม่บางหรือฝาด
ชั่งน้ำหนักเครื่องดื่มที่ออกและจดเวลา หากกาแฟบางเกินไปให้ทบทวนปริมาณน้ำ ระดับบด และเมล็ด หากรสฝาดติดค้าง ลองลดผลลัพธ์ในแก้วหรือปรับบด ไม่จำเป็นต้องไล่ให้ได้ปริมาตรสูงสุด
Arabica ล้วนหรือเบลนด์ที่มี Robusta ต่างก็ใช้ได้ตามรสที่ชอบ ความหนาของครีมาได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย และไม่ใช่ใบรับรองว่ากาแฟในแก้วต้องอร่อย
ลองเปรียบเทียบกับ Americano และ Long Black
ชงเอสเปรสโซสูตรที่ชอบแล้วเติมน้ำ จะได้แนว Americano หากเตรียมน้ำร้อนไว้ก่อนแล้วสกัดเอสเปรสโซลงไป มักเรียกแนว Long Black ทั้งสองแยกขั้นชงกาแฟกับการเจือจางออกจากกัน
ลองใช้ปริมาณรวมใกล้กันแล้วชิมเทียบกับ Café Crema เพื่อดูว่าชอบรสแบบไหน การเลือกวิธีจากแก้วจริงช่วยได้มากกว่าคาดหวังว่าชื่อเมนูใดจะนุ่มหรือเข้มกว่าเสมอ